การปลูกเมล่อน

การปลูกเมล่อน

ข้อมูลพันธุกรรม ทางวิทยาศาสตร์ของเมล่อน

ชื่อวิทยาศาสตร์ Cucumis melo L. var. cantaloupensis

ชื่อวงศ์ Cucurbitaceae ลักษณะทั่วไปของเมล่อน มีลักษณะคล้ายๆ แตงไทย คนไทยจึงเรียกว่า แตงเทศ หรือแตงฝรั่ง หรือแตงไทยฝรั่ง มีผลกลม ผิวของผลสีเขียว หรือสีน้าตาลคล้า หรือสีเหลือง หรือสีขาว ทั้งนี้แล้วแต่พันธุ์ ผิวของผลหยาบ มีเปลือกแข็ง มีร่องลึกรอบๆ ผล เปลือกมีลายคล้ายร่างแหหรือตาข่ายสีขาว หรือสีฟางแห้งคลุมตลอดทั้งผล แต่บางพันธุ์ก็ไม่มี บางพันธุ์มีผิวเรียบๆ เมื่อสุกเนื้อในมีสีส้ม หรือสีจาปา มีกลิ่นหอม รสหวาน สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม  อุณหภูมิที่เหมาะสมสาหรับการปลูกเมล่อนคือ 25-30 องศา ความเป็นกรด – ด่าง อยู่ระหว่าง 6.0-6.8  ถ้าเมล่อนถูกน้าฝนบ่อย มักจะเกิดโรคราน้าค้างระบาดตามมา เนื่องจากเมล่อน เป็นพืชที่มีใบกว้างใหญ่และมีขน เมื่อสัมผัสกับน้าฝนจะเกิดหยดน้ำค้างบนใบอยู่เสมอ ไม่แห้งง่าย จึงเป็นสภาพที่อำนวยให้เกิดการเข้าทาลายของเชื้อราน้าค้างบนใบได้ร่วมกับสภาพอากาศที่เย็นและชื้นหลังฝนตก โรคนี้จะระบาดมากในฤดูฝน เป็นโรคสาคัญที่ทาความเสียหายมากสาหรับพืชในวงศ์แตง โดยเฉพาะกับเมล่อนจะอ่อนแอต่อโรคนี้มาก การปลูกเมล่อนที่ได้ผลสูงสุด จึงควรปลูกในสภาพโรงเรือนแบบกลางมุ้ง ซึ่งช่วยป้องกันปัญหาที่เกิดจากฝน และปัญหาเรื่องโรค จากการเข้าทาลายของแมลงศัตรูพืชได้ระดับหนึ่ง ซึ่งการปลูกในพื้นที่กลางแจ้งระบบเปิด จะเสี่ยงต่อการเสียหายของ ผลผลิต และจากการตกค้างของสารเคมีซึ่งฉีดพ่นเพื่อป้องกันและกาจัดแมลงนั่นเอง ชนิดของเมล่อนจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ตามลักษณะผล คือ

1. ร็อคเมล่อน คือ เมล่อนที่มีลักษณะของเปลือกภายนอกแข็ง มีลายขรุขระเล็กน้อย

2. เน็ตเมล่อน คือ เมล่อนที่มีลักษณะของเปลือกภายมีลายร่างแหแผ่คลุมเปลือกด้านนอกไว้

3. เมล่อนผิวเรียบ หรือที่นิยมเรียกกันว่า แคนตาลูประยะเวลาการเก็บผลผลิต ขึ้นอยู่กับพันธุ์ของเมล่อน โดย พันธุ์หนัก ระยะ80-90 วัน และ พันธุ์เบา 70-80 วัน

ขั้นตอน และวิธีการปลูกเมล่อน ในระบบโรงเรือนอัตโนมัติ แบบ Smart Farm

การปลูกผักและผลไม้ปลอดภัยด้วยระบบอัตโนมัติ ภายใต้สภาพโรงเรือน ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาพิษณุโลก สถาบันพัฒนาสี่แยกอินโดจีน และ บริษัท นุชฟอร์ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จากัด

ขั้นตอนการเตรียมพื้นที่ปลูก

1. พื้นที่ที่จะใช้ในการปลูกเมล่อน จะต้องเป็นพื้นที่โล่ง เพราะการวางตำแหน่งโรงเรือนจำเป็นต้องได้รับแสง ซึ่งจำเป็นต่อพืช

2. ความสูงของโรงเรือนที่จะใช้ปลูกเมล่อน ควรมีคานสำหรับไว้ผู้เชือกให้เมล่อนเลื้อย และช่วยจัดระเบียบเมล่อน
ควรมีความสูงของคานไม่ต่ากว่า 2.8-3 เมตร และมีคานหรือลวดสลิงที่ขึงสาหรับใช้ผูกเชือกที่ใช้ยึดและให้ต้นเมล่อนเลื้อย

3. การติดตั้งโรงเรือนจะมีหลายรูปแบบ และหลายขนาดตามความต้องการ และพื้นที่ของผู้ปลูก วัสดุที่ใช้ทาโรงเรือนควร
ใช้วัสดุที่มีมาตรฐาน โครงสร้างโรงเรือนควรทาด้วยเหล็กเพื่อให้ทนทาน ต้องเลือกหลังคาพลาสติกสาหรับโรงเรือน
ที่ช่วยกรองแสงในการปลูกเมล่อน ป้องกันปัญหาจากน้าฝน และมุ้งตาข่ายสาหรับโรงเรือนต้องเลือกแบบ ที่มีความถี่
ของตาข่ายสูงเพื่อช่วยป้องกันปัญหาเรื่องโรคที่จะมากับ แมลงศัตรูพืชที่มาเข้าทำลายได้ระดับหนึ่ง

4. การปลูกเมล่อนในระบบ Smart Farm จะต้องมีความพร้อมของระบบน้ำ และไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์ควบคุมที่ดี
เพราะหากระบบน้ำ และไฟฟ้าไม่มีความสม่ำเสมอ จะส่งผลต่อการให้อาหารเมล่อนทางน้ำหยดได้
ซึ่งมีผลให้เมล่อนมีอาการได้รับอาหารไม่เพียงพอ หรือ ขาดธาตุอาหารและทำให้ผลผลิตที่ได้ไม่ดีเท่าที่ควร

การเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ ที่ใช้ในการปลูกเมล่อน

1. วัสดุปลูกสามารถใช้วัสดุกากมะพร้าวสับ และขุยมะพร้าวบดละเอียด นำไปแช่น้ำ 2 คืน และนามาตากให้แห้ง
โดยการแช่สามารถผสมไตรโคเดอม่าก็ได้ การแช่น้ำเพื่อล้างเอาสารแทนนินที่สีน้ำตาลออกไป เพราะสารแทนนินทา
ให้รากเจริญเติบโตไม่ดี หรือวัสดุปลูกหากมีแกลบดำในท้องถิ่นก็สามารถนามาใช้เป็นวัสดุปลูกได้
แต่ควรทำการฆ่าเชื้อโรคในวัสดุปลูกนั้นๆ ก่อน

2. หลังจากเตรียมวัสดุปลูก ก็สามารถนำมาบรรจุลงถุงปลูก เพื่อรอสาหรับวางในโรงเรือนที่จัดทาไว้

3. ทาการวางระบบสายท่อน้ำหยด และต่อเชื่อมกับอุปกรณ์ควบคุมระบบน้ำ และการให้ปุ๋ยของเมล่อน ด้วยระบบ
กล่องคอนโทรลอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยในการตรวจวัด และกำหนดปริมาณอัตราส่วนของปุ๋ยที่ให้กับเมล่อนได้อย่างแม่นยำ
กว่าระบบตั้งเวลาที่ใช้ทั่วไป และผู้ดูแลไม่จาเป็นต้องคอยเติมน้าในถังผสมปุ๋ย โดยสูตรและอัตราส่วนของ
ปุ๋ยขึ้นอยู่กับความต้องการของพืชตามระยะ ซึ่งปฏิบัติตามคู่มือและคำแนะนาของผู้ติดตั้งระบบ รวมถึงระบบวาวล์โซลินอยด์
ระบบปั๊มแรงดัน ฯลฯ

การเพาะต้นกล้าเมล่อน ในกระบะเพาะ

1. เตรียมวัสดุในการเพาะกล้า เช่น กระบะเพาะกล้า วัสดุพีทมอส สาหรับเพาะกล้า ปุ๋ยรองพื้น และเมล็ดพันธุ์ ฯลฯ
ในพีทมอสนี้ยังมีธาตุอาหารในรูปของอินทรีย์วัตถุที่ย่อยสลายตัวแล้วให้กับต้นกล้าได้ใช้ในการเจริญเติบโตในระยะหนึ่ง
นอกจากนี้พีทมอสยังมีคุณสมบัติที่ดีและมีประโยชน์มากสำหรับการเพาะกล้าอีกประการหนึ่งคือ
ปลอดจากเชื้อโรคทางดินต่างๆ จึงเป็นวัสดุปลูกที่ให้ผลดีที่สุดในปัจจุบัน

2. นำเมล็ดพันธุ์บรรจุลงถุงตาข่าย แช่ในน้าอุ่นนาน 4-6 ชั่วโมง (ผสมนุชฟอร์ไลฟ์สูตร 1 อัตรา 2 หยด/น้า 1 ขัน)

3. นำเมล็ดพันธุ์ออกมาสลัดน้ำทิ้ง แล้วหุ้มด้วยผ้าขนหนู หรือกระดาษทิชชู่ที่เปียกพอหมาดๆ หลัง 1 วัน
ลองเปิดดูว่าเริ่มมีรากหรือยังหากยังให้บ่มต่อ เมื่อเมล็ดเมล่อนเริ่มงอก รากจะยาวประมาณ 0.5 ซม.
ก็สามารถย้ายลงวัสดุปลูก พีชมอสในกระบะที่เตรียมไว้ได้ โดยนำ (ฟรอกกี้ใส่น้าผสมนุชฟอร์ไลฟ์สูตร 1 อัตรา 2 หยด)
เสปรย์พีทมอส วัสดุปลูกให้ชุ่ม ก่อนนาเมล็ดพันธุ์ที่รากเริ่มงอกลงไป โดยสามารถใส่ปุ๋ยรองพื้นชนิดเม็ด

4. ให้น้ำโดยการสเปรย์ด้วยฟรอกกี้ (ใส่อาหารเสริมพืชทางใบนุชฟอร์ไลฟ์สูตร 1 จานวน 2 หยดในฟรอกกี้)
ฉีดให้พอชุ่มบนวัสดุปลูก ใช้เวลาประมาณ 14-20 วัน หลังเพาะ ในระหว่างนั้นเมล่อน จะเริ่มมีใบงอกออกมา
ให้เปิดให้เจอแดดอ่อนๆ ช่วงเช้าสักพัก เพื่อให้ต้นกล้าแข็งแรง ทาจนต้นกล้าจะมีใบจริงประมาณ 2-3 ใบ
ก็สามารถย้ายลงปลุกในถุงปลูกได้

การนำต้นกล้าเมล่อน ลงถุงปลูกแบบวัสดุไร้ดิน


1. ก่อนการนาต้นกล้าเมล่อน ย้ายลงในถุงปลูกที่เป็นวัสดุไร้ดิน ข้างต้น ทาการจัดตาแหน่งวางถุงบรรจุวัสดุปลูก
โดยสามารถวางคู่กัน ให้ห่างกันระยะระหว่างถุง ประมาณ 60-80 ซม. และทาการเจาะท่อน้ำหยดด้วยเครื่องมือ
เพื่อต่อสายน้ำหยด สลับกันให้สวยงามและเป็นระเบียบ ทิ่งลงในถุงปลูกตามจานวนต้นกล้าจริงที่มีส่วนที่ยังไม่ได้
ลงกล้าอาจจะรอเจาะสายน้าหยดในภายหลัง

2. ทำการทดสอบการปล่อยระบบน้ำหยดเพื่อให้ปุ๋ยและน้ำกับเมล่อน ว่าทางานปกติตามที่ต้องการหรือไม่
ก่อนทาการย้ายกล้ามาลงในถุงปลูก เพื่อป้องกันปัญหาต้นกล้าไม่ได้รับอาหารและเสียหาย


3. นำปุ๋ยที่จะให้ทางน้ำหยด บรรจุลงถังสาหรับดูดปุ๋ย เพื่อรอปล่อยระบบน้ำหยด หลังการลงกล้าเมล่อน ในถุงปลูกเรียบร้อยแล้ว

4. ถ้าเป็นไปได้ เพื่อป้องกันโรคในพืช ในเบื้องต้น ควรใส่ถุงมือ ในขึ้นตอนการย้ายต้นกล้าลงในวัสดุปลูก


5. ใช้นิ้วมือกดแยกวัสดุปลูกให้เป็นร่องลงไปพอประมาณ และใส่ปุ๋ยเม็ด และสารป้องกันแมลงปากดูด รองพื้นในร่องวัสดุปลูก

6. นำต้นกล้าเมล่อน จากกระบะเพาะ มาลงในร่องในถุงปลูก และจับวัสดุปลูกกลบโคนต้นให้มิด


7. หลังบรรจุกล้าเมล่อนลงในถุงปลุกเรียบร้อยแล้ว ทาการปล่อยระบบการให้ปุ๋ยน้าหยดอัตโนมัติตามระยะเวลาที่กาหนด
โดยช่วงที่ต้นยังเล็ก จะให้อาหารระบบน้ำหยด วันละ 7-8 ครั้ง ครั้งละ 1 นาที


8. หลังจากลงกล้าเมล่อนเรียบร้อยแล้ว สามารถใช้อาหารพืชทางใบ นุชฟอร์ไลฟ์สูตร 1 + เคียร่า
อัตราอย่างละ 3 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ทาการฉีดพ่นเป็นละออง เพื่อเพิ่มอาหารให้แก่เมล่อน โดยหลังจากลงปลูก
ฉีดพ่นครั้งแรก และเว้นระยะฉีดพ่น สัปดาห์ละ 1 ครั้ง