การปลูกดาวเรือง

การปลูกดอกดาวเรือง

การดูแลต้นกล้า แบ่งออกเป็น 4 ระยะ  ดังนี้

✿ ระยะที่ 1 เป็นระยะที่ต้นกล้าเริ่มงอก

หลังจากเพาะเมล็ดแล้ว 3-5 วัน ใน ระยะนี้ควรรักษาความชื้นโดยการพ่นน้ำและนำไปในที่ พรางแสง 50%

✿ ระยะที่ 2 เป็นระยะใบเลี้ยงเริ่มแผ่

โดยใช้เวลาจากระยะแรก 1-2 วัน ควรนำออกแดดจัดเพื่อป้องกันต้นกล้ายืดเข้าหาแสง ในช่วงนี้ 1-2 วัน
ควรรักษาความชื้นไว้อยู่ เนื่องจากต้นกล้ายังเล็ก  เมื้อต้นกล้าแข็งแรงควรปล่อย ให้ผิววัสดุปลูกแห้งบ้าง
เพื่อป้องกันโรคเน่าคอดิน และจะทำให้ต้นกล้าแข็งแรงกว่าการให้น้ำตลอดเวลา  ในระยะนี้ยังไม่ควรให้ปุ๋ย
เนื่องจากต้นกล้ายังมีอาหารสะสมอยู่  และในตัววัสดุเพาะเองมีการใส่ธาตุอาหารไว้ในระดับหนึ่งแล้ว

✿ ระยะที่ 3 เป็นระยะที่เริ่มมีใบจริง 1 คู่

เริ่มให้ปุ๋ยทางน้ำโดยผสมปุ๋ยสูตร 15-0-0 (แคลเซียมไนเตรท) หรือปุ๋ย สูตร  20-20-20  อัตรา 3 กรัม
ต่อน้ำ 10 ลิตร 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ย 46-0-0 หรือ ยูเรีย เพราะจะทำให้ต้นกล้าอ่อนแอ

 

หมายเหตุ : ความชื้นควรปล่อยให้ผิวหน้าวัสดุปลูกแห้ง แต่ต้นไม่เหี่ยว จึงจะทำการรดน้ำหรือให้ปุ๋ยจนชุ่ม

✿ ระยะที่ 4 เป็นระยะที่เริ่มมีใบจริง 2 คู่

เพิ่มการให้ปุ๋ย โดยให้ปุ๋ยสูตร 15-0-0  หรือ 20-20-20 อัตรา 6 กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร

หมายเหตุ : ความชื้นเหมือนกันกับระยะที่ 3

 

✿ วิธีการย้ายปลูก

ควรย้ายต้นกล้าที่มีอายุไม่เกิน 20 วัน หรือมีจำนวนใบจริง 2-3 คู่ ไม่ควรย้ายต้นกล้า ที่มีอายุมากเกินไป
เพราะระบบรากจะแผ่กระจายได้ช้า เนื่องจากระบบรากนั้นแก่เกินไป ดังนั้นควรย้ายกล้าระหว่าง 15-20 วัน
จะทำให้รากของต้นกล้ามีการพัฒนาได้ดีกว่า การหาอาหารของรากก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น

✿ ช่วงเวลาในการย้ายปลูก

ช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การย้ายปลูกคือช่วงเย็น (แดดไม่แรง) เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำของต้นกล้า
ส่งผลให้ต้นกล้ามีการตั้งตัวได้ดีหลังการย้ายปลูก

✿ ระยะที่เหมาะสมต่อการปลูก

ระยะปลูกในแต่ละฤดูกาลจะมีความแตกต่างกันตามความเหมาะสม ดังนี้

– ฤดูร้อน และ ฤดูหนาว ระยะ 35-40 ซม. X 35-40 ซม. แนะนำให้ปลูกแถวคู่ จะให้ผลดีกว่าแถวเดี่ยว
เนื่องจากแถวคู่จะช่วยเก็บความชื้นในดินได้ดีกว่าแถวเดี่ยว

– ฤดูฝน ระยะ 50 ซม. X 50 ซม. แนะนำให้ปลูกแถวเดี่ยว เนื่องจากจะสามารถช่วยลดการเกิดโรคพืชได้
ความลึกของหลุมประมาณ 4-5 ซม. และพยายามปลูกต้นกล้าให้ตั้งตรง

 การให้น้ำ

ช่วงหลังการย้ายปลูกควรให้น้ำสม่ำเสมอจนต้นฟื้นตัว ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้น
ควรรักษาความชื้นในดินให้เหมาะสมไม่แห้งจนต้นเหี่ยว และไม่แฉะหรือน้ำขังเป็นเวลานานเกินไป หากดินขาด
ความชื้นจะทำให้แมลงพวกเพลี้ยไฟ  ไรแดง ระบาดได้ง่าย และหากดินมีน้ำขังหรือแฉะจนเกินไปก็จะทำให้
เกิดโรคได้ง่ายเช่นกัน

 การให้ปุ๋ย

แนะนำให้ละลายน้ำรดเพราะพืชจะสามารถนำไปใช้ได้เลย อัตรา 1 กก. /น้ำ 100 ลิตร 1 ครั้งต่อสัปดาห์

หมายเหตุ – ควรหลีกเลี่ยงปุ๋ยสูตร 46-0-0 , 25-7-7 หรือพวกแอมโมเนียม เพราะจะทำให้เป็นโรคไส้กลวง
ในช่วงฤดูฝน  ให้ธาตุอาหารรอง เช่น แคลเซียม, โบรอน หรือธาตุอาหารอื่นที่จำเป็น

วิธีการดูเเลหลังย้ายปลูก

การกลบโคน

การกลบโคนต้นถือเป็นสิ่งสำคัญในการปลูกดาวเรือง เนื่องจากการกลบโคนจะช่วยให้ดาวเรืองแตกรากใหม่
ออกมาได้มากขึ้น  ทำให้ดาวเรืองสามารถหาอาหารได้มากขึ้น การเจริญเติบโตก็มากขึ้นตามไปด้วย  ควรกลบโคน
อย่างน้อย 2 ครั้ง ในช่วงหลังเด็ดยอดและก่อนออกดอก โดยการโรยปุ๋ยเม็ดสูตร 15-15-15  และทำการกลบโคน
ให้ชิดกับข้อใบคู่ล่างสุด

 

 การเด็ดยอด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ควรทำการเด็ดยอดหลังการย้ายปลูกประมาณ 10 – 15 วัน ต้องมีใบจริงอย่างน้อย 3 คู่ เด็ดยอดออก 1 คู่
โดยใช้มือด้านหนึ่งจับข้อที่ต้องการเด็ด และโน้มกิ่ง ด้านบนลงจนหักชิดข้อที่จับ ช่วยในการแตกทรงพุ่ม
ของลำต้นและความสูงให้สม่ำเสมอกัน แต่ดาวเรือง ที่ทำการเด็ดยอดจะทำให้การออกดอกช้าลงประมาณ 1 สัปดาห์
ในช่วงวันสั้นหรือฤดูหนาว แนะนำให้เด็ดยอดเพื่อให้ลำต้นสมบูรณ์แข็งแรง ไม่ออกดอกเร็วจนเกินไป