โรคพริก (Chilli Disease)

โรคพริก

พริกเป็นพืชผักในกลุ่ม Solanaceous เช่นเดียวกับมะเขือเทศ แต่อยู่ใน genus Capsicum ในประเทศไทย ที่นิยมปลูกมีอยู่ด้วยกันหลายชนิดทั้งเผ็ดและไม่เผ็ด เช่น พริกขี้หนู (bird chilli) พริกมันหรือพริกชี้ฟ้า (hot pepper) พริกหยวก (banana pepper) และพริกยักษ์หรือพริกหวาน (bell pepper) แม้ว่าพริกจะเป็นพืชผักที่ใช้ประกอบอาหารประเภทปรุงแต่งรส แต่ก็เป็นพืชสำคัญทางเศรษฐกิจ จัดอยู่ในกลุ่มของพืชอาหารหลักชนิดหนึ่งของชาวไทยสามารถปลูก และเจริญเติบโตได้ดีในทุกภาคของประเทศและตลอดปี ขณะเดียวกันก็ปรากฏว่ามีโรคและศัตรูหลายชนิดขึ้นเกาะกินทำลาย ทำให้เกิดความเสียหายทั้งคุณภาพและปริมาณเป็นจำนวนมากในแต่ละปีเช่นกัน

 

โรคแอนแทรคโนส (โรคกุ้งแห้ง)  รา Colletotrichum  gloeosporioides

แสดงอาการบนผลพริก  เริ่มจากจุดฉ่ำน้ำเล็กๆแผลบุ๋มลึกลง  ต่อมาขยายขนาดเป็นรูปวงรีหรือวงกลมบางครั้งมีเมือกเยิ้มสีเหลืองส้มที่บริเวณแผล

การป้องกันกำจัด

  1. ใช้เมล็ดพันธุ์ที่สะอาด หรือแช่เมล็ดพันธุ์ในน้ำอุ่น 50 องศาเซลเซียส 30 นาที
  2. เว้นระยะปลูกให้เหมาะสม มีอากาศถ่ายเทได้
  3. เมื่อพบโรค ควรเก็บออกเผาทำลาย พ่นสารเคมี ได้แก่ แมนโคเซบ โปรคลอราช หรือคาร์เบนดาซิม
  4. แปลงที่มีโรคระบาด ควรหลีกเลี่ยงการให้น้ำระบบพ่นฝอย

 

โรคเหี่ยว

สาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรียน (Ralstonia solanacearum)
อาการ เริ่มแรกใบเหี่ยวสลดลู่ลง ต่อมาพริกมีอาการเหี่ยว ยืนต้นตายในที่สุด

การป้องกันกำจัด

  1. ปลูกพืชในพื้นที่ ที่ไม่เคยมีโรคระบาดมาก่อน
  2. ไถดินตากแดดจัด และปรับปรุงดิน ด้วยอินทรียวัตถุ
  3. เมื่อพบต้นเหี่ยวในแปลง ให้รีบถอนออกไปเผาทำลายนอกแปลง
  4. นำปูนขาวใส่ลงในหลุมปลูกเดิม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ

โรคเส้นใบด่างประพริก

เกิดจากเชื้อ ไวรัส (Chilli veinal mottle virus, ChiVMV)

ต้นเตี้ยและแตกพุ่มด้านข้างเล็กน้อย  ใบพริกแสดงอาการด่างสีเขียวอ่อนหรือเหลืองสลับเขียวเข้ม  มีขีดหรือจุดตามเส้นใบ  บางครั้งใบบิดเบี้ยวเรียวยาวลดรูป

การป้องกันกำจัด

  1. เพาะกล้าในมุ้งกันแมลง
  2. หมั่นตรวจต้นพริกในแปลง เมื่อพบต้นเป็นโรครีบถอนทำลาย
  3. พ่นสารกำจัดแมลงเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเพลี้ยอ่อน
  4. ใช้พันธุ์ต้านทาน ได้แก่ พริกห้วยสีทน 5/1 พริกจินดาเบอร์ 4